เหตุมันมาจากเราเอาหนังสือที่น้องยืมจากห้องสมุดมาอ่านซะเอง

เราไม่มีโอกาสไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดนานละตั้งแต่ฝึกงาน กว่าจะกลับมาห้องสมุดก็ปิดแล้ว

ทีนี้เรื่องที่ยึดจากน้องดันเป็นแฟนตาซีทั้งสองเล่ม นั่นก็คือ

Twlight แรกรัตติกาล และ New moon นวจันทรา

เราเองปกติอ่านหนังสือแบบตัดขาดจากโลกภายนอกอยู่แล้ว โดยเฉพาะแฟนตาซี

แล้วดันมาอ่านเรื่องนี้ บวกกับเรื่องแวมไพร์หลาย ๆ เรื่องที่เคยอ่าน มันรู้สึกแบบ..

อะไรเนี่ย เฮ้ย.. แวมไพร์ไปอยู่ซะที่ไหน เราอยากสัมผัสกับโลกนั้นดูบ้าง มันต้องมีดิ่

ขอมั่งเหอะ แล้วยิ่งตัวเอกเจ๋ง ๆ แบบนี้ยิ่งทำให้เราอยากเจอแวมไพร์ที่ไม่ได้ยินความคิดของเราบ้าง ฮ่า ๆ

มันรู้สึกเหมือนโลกที่เราอยู่ทำไมเราเห็นอย่างที่คนทั่วไปเห็นอ่ะ เราอยากเห็นในแบบที่มากกว่า

อยากเข้าไปในอาณาจักรโน้นนี้ ประมาณนั้น..

หรือว่าเราฝึกงานซ้ำเดิมจนไม่อยากอยู่ติดที่ซะแล้ว!!

มันเป็นอารมณ์ที่ครุอยู่ข้างในลึก ๆ เลย  แล้วก็เชื่อด้วยว่าน่าจะมีบางส่วนของแฟนตาซีที่มีอยู่จริง อาจจะไม่ใช่แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า หรืออะไรแบบนั้น

แต่แฟนตาซีมันก็คือเรื่องที่อยู่เหนือเหตุผลที่คนทั่วไปเขายอมรับกันนี่นา หากว่ามันพิสูจน์ได้ง่าย ๆ ความน่าหลงไหลคงหมดไปได้ง่าย เหมือนมายากลที่จับเคล็ดลับได้แล้ว ดูอีกก็ได้ความสนุกแต่ความตื่นเต้นมันยากที่จะมี

ถ้าอย่างนั้น.. ก็ปล่อยให้จินตนาการกระตุ้นให้เราตื่นตัวดีกว่า ให้เรายังมีคววามหวัง ความฝัน

และความกล้าที่จะก้าวออกไปหาสิ่งที่แตกต่าง ..ด้วยตัวของเราเอง

มันอาจปลอบประโลมใจที่คลุ้มคลั่งบางเวลาให้ชุ่มเย็นก็เป็นได้

เราอาจพบสิ่งที่แตกต่างในอีกซีกโลกหนึ่ง หรือไม่ก็ซีกโลกเดียวกัน

 http://mninho.files.wordpress.com/2008/09/midnightsun.jpg

 

ขนาดดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน เรายังมองไม่เหมือนกันเลย!

 

 

#ไม่ต้องห่วง เรายังอ่านหนังสือต่อไป ^^

 

  ~บุญรักษานะ